คือ ผมเห็นคนที่จะเล่นการเมืองก็มีแต่คนรวยๆ มีหน้ามีตาในสังคมเล่น ซึ่งก็ไม่ได้การันตรีอะไรเลย ว่ามีความสามารถในการบริหารบ้านเมือง คือ แค่มีตังค์ + ชื่อเสียง ก็มีโอกาสเป็น(มีโอกาสมากกว่าคนอื่น) นักการเมืองได้แล้ว
คือ คนที่เป็นนักการเมืองส่วนใหญ่ไม่รู้จักชีวิตความตกต่ำของประชาชนจริงๆ เวลาไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านมันก็มีข้าราชการที่พร้อมจะสร้างภาพจอมปลอม ว่าวิถีชีวิตดี ไม่ลำบากอะไรมากมาย
คือผมก็ไม่รู้ว่า คำว่า ประชาธิปไตย มันต้องมีข้อกำหนดอะไรบ้าง
ถ้าได้เป็นก็จะบริหารตามใจพรรคตัวเอง อาจจะเอาใจประชาชน ที่เค้าเห็นด้วยเพื่อเพิ่มโอกาสในการดำรงค์ตำแหน่งอีกรึเปล่า
สรุปก็คือทุกคนก็ทำเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจในการอยู่ต่อ
เหมือนการทำเพื่อตัวเอง มากกว่าทำเพื่อส่วนรวม
ถ้าเราเปลี่ยนจากการเลือกตั้งแบบปกติ ที่จัดตั้งพรรค แล้วก็จัดการ กกต หรืออะไรเพื่อ แข่งขันหาเสียง เลือกตั้ง เข้ารับตั้งแหน่ง
เปลี่ยนเป็น สอบวัดความสามารถแต่ละด้านเลยว่า มีความสามารถด้านไหนบ้าง มีความสามารถในการวิเคราะห์ แยกแยะ หรือจัดลำดับความสำคัญ บริหารการเมืองควรไปทางไหน ถ้ามีปัญหาจะแก้ยังไงได้บ้าง มีกี่วิธี
คือผมว่ามันก็เหมือนการทดลองการบริหารดีๆนี่แหละ ว่าคนๆนี่เหมาะกับการเป็น ผู้นำประเทศไหม
วัดความสามารถจากความคิดแนวคิดกันเลย การจัดสอบก็แบบเปิด คือ มีกล้องถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ให้ประชาชนให้เห็นแนวคิดแต่ละคนก่อนจะมาจัดการแข่งขันเลือกตั้ง
เวลาแข่งขันเลือกตั้งผมเห็นแต่ละคนก็ขุดนโยบายมาเอาใจประชาชนที่เป็นฝ่ายสนับสนุนตัวเองทั้งนั้น คือแทบจะไม่มีอะไรที่มันเป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ส่วนรวมเลย บางทีนโยบายเวอร์ๆเกินความจำเป็นด้วยซ้ำ
ผมว่าเปลี่ยนจากการหานโยบายมาเป็น กระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐบริหารงานตัวเองอย่างเต็มที่และซื่อตรงกับประชาชน
มากกว่าเอาใจรัฐบาลหรือทำตามใจรัฐบาลจะดีกว่าไหม
สรุปก็คือ
1.อยากให้คนที่เป็นนายกควรมีความความสามารถในการบริหารประเทศ อย่างน้อยก็ต้องเข้าใจหลักการบริหารพื้นฐาน เข้าใจประชาชนทุกชนชั้น ไม่ใช่เอาใจประชาชนชั้นใดชั้นหนึ่ง
2.ไม่ทำเพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือ 2 มาตรฐาน ทำเพื่อส่วนรวมมากกว่าเพื่อฝ่ายตัวเอง
3.มีความชัดเจนในการบริหารแล้วให้ประชาชนเข้าใจทิศทางของประเทศ แบบง่ายๆกระชับ
4.ไปขยายนโยบายให้ข้าราชการภาครัฐให้เห็นความสำคัญของประชาชน มากกว่าเอาใจรัฐบาล ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่ทำงานเพื่อ รัฐบาล
5.ให้ความเห็นของฝ่ายค้านเป็นจุดแก้ไข้ ไม่ใช่ การเอาชนะฝ่ายค้าน
6.เห็นความสำคัญของประชาชนเป็นสำคัญไม่ใช่ความรู้สึกของคนในพรรคเป็นสำคัญ
คือผมก็ไม่ใช่คนที่ชอบการเมืองไทยเท่าไหร่ เพราะไม่เคยมีคนที่มีความสามารถมาบริหารเลยจริงๆ
เห็นแต่คนมีฐานะ มีกำลังทรัพย์มาเป็นซึ่งก็ไม่เคยแก้ปัญหาพื้นฐานประชาชนจริงจังสักที วันๆก็เอาแต่จะชนะฝ่ายตรงข้าม
ออกตัวเลย ผมไม่ชอบฝ่ายไหนสีไหน สี เขียว เหลือง แดง
เพราะคนพวกนี้ไม่เคยรู้จักชีวิตจนๆคนจนๆจริง ที่ยังทำมาหากินเช้าค่ำ ลำบากลำบนใช้ชีวิตเพื่อผ่านไปวันๆ
ประเทศเราพังทลายก็เพราะคนที่เป็นนักการเมืองนี่แหละ ทำให้คนไทยต้องมาแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทะเลาะกัน เพราะผลประโยชน์
ถ้าประเทศไทยเปลี่ยนระบบการหาเสียง เป็นการสอบเพื่อวัดความสามารถ
คือ คนที่เป็นนักการเมืองส่วนใหญ่ไม่รู้จักชีวิตความตกต่ำของประชาชนจริงๆ เวลาไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านมันก็มีข้าราชการที่พร้อมจะสร้างภาพจอมปลอม ว่าวิถีชีวิตดี ไม่ลำบากอะไรมากมาย
คือผมก็ไม่รู้ว่า คำว่า ประชาธิปไตย มันต้องมีข้อกำหนดอะไรบ้าง
ถ้าได้เป็นก็จะบริหารตามใจพรรคตัวเอง อาจจะเอาใจประชาชน ที่เค้าเห็นด้วยเพื่อเพิ่มโอกาสในการดำรงค์ตำแหน่งอีกรึเปล่า
สรุปก็คือทุกคนก็ทำเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจในการอยู่ต่อ
เหมือนการทำเพื่อตัวเอง มากกว่าทำเพื่อส่วนรวม
ถ้าเราเปลี่ยนจากการเลือกตั้งแบบปกติ ที่จัดตั้งพรรค แล้วก็จัดการ กกต หรืออะไรเพื่อ แข่งขันหาเสียง เลือกตั้ง เข้ารับตั้งแหน่ง
เปลี่ยนเป็น สอบวัดความสามารถแต่ละด้านเลยว่า มีความสามารถด้านไหนบ้าง มีความสามารถในการวิเคราะห์ แยกแยะ หรือจัดลำดับความสำคัญ บริหารการเมืองควรไปทางไหน ถ้ามีปัญหาจะแก้ยังไงได้บ้าง มีกี่วิธี
คือผมว่ามันก็เหมือนการทดลองการบริหารดีๆนี่แหละ ว่าคนๆนี่เหมาะกับการเป็น ผู้นำประเทศไหม
วัดความสามารถจากความคิดแนวคิดกันเลย การจัดสอบก็แบบเปิด คือ มีกล้องถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ให้ประชาชนให้เห็นแนวคิดแต่ละคนก่อนจะมาจัดการแข่งขันเลือกตั้ง
เวลาแข่งขันเลือกตั้งผมเห็นแต่ละคนก็ขุดนโยบายมาเอาใจประชาชนที่เป็นฝ่ายสนับสนุนตัวเองทั้งนั้น คือแทบจะไม่มีอะไรที่มันเป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ส่วนรวมเลย บางทีนโยบายเวอร์ๆเกินความจำเป็นด้วยซ้ำ
ผมว่าเปลี่ยนจากการหานโยบายมาเป็น กระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐบริหารงานตัวเองอย่างเต็มที่และซื่อตรงกับประชาชน
มากกว่าเอาใจรัฐบาลหรือทำตามใจรัฐบาลจะดีกว่าไหม
สรุปก็คือ
1.อยากให้คนที่เป็นนายกควรมีความความสามารถในการบริหารประเทศ อย่างน้อยก็ต้องเข้าใจหลักการบริหารพื้นฐาน เข้าใจประชาชนทุกชนชั้น ไม่ใช่เอาใจประชาชนชั้นใดชั้นหนึ่ง
2.ไม่ทำเพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือ 2 มาตรฐาน ทำเพื่อส่วนรวมมากกว่าเพื่อฝ่ายตัวเอง
3.มีความชัดเจนในการบริหารแล้วให้ประชาชนเข้าใจทิศทางของประเทศ แบบง่ายๆกระชับ
4.ไปขยายนโยบายให้ข้าราชการภาครัฐให้เห็นความสำคัญของประชาชน มากกว่าเอาใจรัฐบาล ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่ทำงานเพื่อ รัฐบาล
5.ให้ความเห็นของฝ่ายค้านเป็นจุดแก้ไข้ ไม่ใช่ การเอาชนะฝ่ายค้าน
6.เห็นความสำคัญของประชาชนเป็นสำคัญไม่ใช่ความรู้สึกของคนในพรรคเป็นสำคัญ
คือผมก็ไม่ใช่คนที่ชอบการเมืองไทยเท่าไหร่ เพราะไม่เคยมีคนที่มีความสามารถมาบริหารเลยจริงๆ
เห็นแต่คนมีฐานะ มีกำลังทรัพย์มาเป็นซึ่งก็ไม่เคยแก้ปัญหาพื้นฐานประชาชนจริงจังสักที วันๆก็เอาแต่จะชนะฝ่ายตรงข้าม
ออกตัวเลย ผมไม่ชอบฝ่ายไหนสีไหน สี เขียว เหลือง แดง
เพราะคนพวกนี้ไม่เคยรู้จักชีวิตจนๆคนจนๆจริง ที่ยังทำมาหากินเช้าค่ำ ลำบากลำบนใช้ชีวิตเพื่อผ่านไปวันๆ
ประเทศเราพังทลายก็เพราะคนที่เป็นนักการเมืองนี่แหละ ทำให้คนไทยต้องมาแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทะเลาะกัน เพราะผลประโยชน์